เช็คก่อนแชร์ ตอบตัวเองก่อนโพสต์

adsbygoogle

เช็คก่อนแชร์ ตอบตัวเองก่อนโพสต์

 

เช็คก่อนแชร์, เช็คก่อนโพสต์รับรองเลยว่าทุกคนต้องเคยกดปุ่มแชร์ใน Social Network กันมาแล้วอย่างแน่นอน เพราะวันนี้ โลกแห่งการสื่อสารครอบคลุมชีวิตประจำวันของเราแทบจะทุกที่ทุกเวลากันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เหล่านี้ล้วนตอบโจทย์ให้ใครหลายๆ คนได้เป็นอย่างดี เอาล่ะในที่นี้ @พี่บ๊อก จะขอแยกประเภทการแชร์ไว้ 2 แบบ

adsbygoogle

1. การแชร์เรื่องรอบตัว ข่าวสารบ้านเมือง เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตรงนี้ @พี่บ๊อกอยากให้หยุดคิดสักนิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามนะ เมื่อรู้สึกว่าเราเริ่มจะแชร์โดยไม่สนใจที่มาที่ไปของข้อมูล หรือใครที่อ่านปุ๊บเชื่อปั๊บและด้วยความปรารถนาดีก็แชร์ต่อในทันที ต้องระวังหน่อยนะ เพราะข้อมูลที่คุณได้มาอาจเป็นข้อมูลเก่า หรือร้ายแรงไปถึงข้อมูลลวงก็เป็นได้ จากความปรารถนาดีจะกลายเป็นการประสงค์ร้ายโดยไม่ได้เจตนาไปนะ

แล้วเราจะเช็คได้อย่างไรว่าข่าวไหนเก่า ข่าวไหนใหม่ ข่าวไหนจริง ข่าวไหนลวง จริงๆ แล้วการตรวจสอบมันไม่ยากเลยล่ะ เพราะ Search Engine ของ Google เขาเก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ให้เราหมดแล้ว ไม่ว่าจะข้อมูลภาพ หรือข้อมูลตัวอักษร การตรวจสอบจึงแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ตรวจสอบรูปภาพ และ ตรวจสอบข้อความ

วิธีการตรวจสอบรูปภาพ

– copy url ของภาพโดยการคลิกขวาที่ภาพแล้วเลือก ‘คัดลอกที่ตั้งภาพ’ หรือเซฟภาพที่ต้องการตรวจสอบเก็บไว้

เช็คก่อนแชร์, เช็คก่อนโพสต์

– เข้าไปที่ images.google.com

– คลิกเลือกรูปกล้องเพื่อระบุการค้นหาด้วยภาพ

เช็คก่อนแชร์, เช็คก่อนโพสต์

– วาง url ที่ copy มาในช่อง ‘วาง URL ของภาพ’ หรือใครที่เซฟภาพไว้ก็เลือก ‘อัพโหลดภาพ’

– Search Engine ของ Google จะทำการค้นหาภาพที่ตรงกันในระบบฐานข้อมูลขึ้นมาแสดง เท่านี้เราก็จะได้วันที่โพส ข่าวนี้เก่าแล้วหรือใหม่แค่ไหน ข้อมูลเป็นอย่างไรบ้าง มีประโยชน์จริงหรือแค่สแปมลวงให้เชื่อตามๆ กันเท่านั้นเอง

เช็คก่อนแชร์, เช็คก่อนโพสต์

วิธีการตรวจสอบด้วยข้อความ

– เข้าไปที่ www.google.com

– นำข้อความบางส่วนที่เป็นใจความหลัก หรือทั้งประโยคของข้อความที่ได้รับมาไปค้นหา

– google จะแสดงข้อมูลที่ตรวจพบขึ้นมา เราก็เลือกอ่านเพื่อตรวจสอบถึงแหล่งที่มาและข้อมูลอ้างอิงว่ามาจากไหน เชื่อถือได้หรือไม่

2. การแชร์เรื่องส่วนตัว ส่วนมากแล้วการที่เราแชร์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราเองนั้นมันมาจากจิตใต้สำนึก ที่พยายามจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับคนอื่นอย่างรวดเร็ว เพราะเราคิดว่าสิ่งต่างๆ ที่แชร์ออกไปทำให้เราดูดี และเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นได้ง่ายขึ้น มีบางกรณีเหมือนกันที่ชอบแชร์เพราะมีความมั่นใจในตัวเองต่ำมาก และอยากได้ความมั่นใจจากไลค์และคอมเมนท์ เพื่อจะได้รู้ว่าคนอื่นก็สนใจในตัวเราและสิ่งที่เราทำเหมือนกัน

ลองหยุดคิดก่อนสักนิด ถามตัวเองให้ดีก่อนโพสต์ บางเรื่องที่มันอาจอันตรายต่ออนาคตของตัวเองไม่ต้องแชร์บ้างก็ได้นะ

– สิ่งที่เรากำลังจะโพสต์-แชร์เป็นเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวเกินไปหรือเปล่า

– โพสต์-แชร์ แล้วจะทำให้เราเสียหายหรือโดนคนอื่นวิจารณ์ในทางที่ไม่ดีมั้ย

– โพสต์-แชร์ ของเราจะทำร้ายคนอื่นหรือเปล่า (ทั้งที่เจตนาและไม่ได้เจตนา)

– เราเคยโพสต์-แชร์ อะไรทำนองนี้ไปแล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลังมั้ย

– เมื่อเราย้อนกลับมาดูโพสต์-แชร์ นี้ในอีก 3วัน 1เดือน หรือ 1ปี ให้หลังแล้วเราจะยังโอเคกับมันอยู่อีกมั้ย

การโพสต์-แชร์มากเกินอาจส่งผลต่อเรื่องงานได้เหมือนกัน เพราะเดี๋ยวนี้เวลาคุณไปสมัครงานที่ไหนก็ตาม นายจ้างส่วนใหญ่เขาจะเข้าไปดูเฟซบุ๊คของคุณก่อนเลย ถึงจะมั่นใจว่าตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเอาไว้แล้ว แต่เชื่อเถอะเขาจะมีวิธีดูจนได้ และคุณคงไม่อยากให้เขามาเห็นโพสต์เวิ่นเว้อของคุณหรอกใช่มั้ยล่ะ

ถึงโซเชียลมีเดียจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมสมัยใหม่ไปแล้ว แต่คุณก็ต้องใช้มันอย่างเหมาะสมกันด้วยนะ
adsbygoogle