เขาเปลี่ยนไป หรือ เพราะคุณทำตัวเองกันแน่

adsbygoogle

เขาเปลี่ยนไป หรือเพราะ คุณทำตัวเอง

ปัญหาครอบครัว, ปัญหาหัวใจ, แฟนเปลี่ยนไป

สาวๆ ทั้งหลายเคยคิดตีความกันบ้างไหมว่า ทำไมผู้ชายของเราแต่ละคนนั้นแรกคบกันใหม่ๆ อบอุ่น แสนดี เช้าถึงเย็นถึง สารพัดจะดูแล ไหนจะคอยเป็นห่วงเป็นใยยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ทะนุถนอมเรายังกับไข่ในหิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปท่านชายคนเดิมของเราฉะไหนถึงทำให้เรากลายสภาพเป็นหัวหลักหัวตอไปซะได้

adsbygoogle

หากใครที่กำลังเจอกับปัญหาเหล่านี้ ขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่และคุณก็ไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้ามองกลับกัน ปัญหามันไม่ได้เกิดจากหมดช่วงโปรโมชั่นหรือเขาเปลี่ยนไปแล้วก็เป็นได้ แต่อาจจะเกิดจากตัวคุณเองที่ก็เปลี่ยนไปโดยคุณไม่รู้ตัว

เรามาลองสำรวจดูกันดีกว่า ว่าใครกันแน่ที่เปลี่ยนไปคุณ” หรือ “เขา” และจะทำอย่างไรถึงจะพลิกสถานการณ์ให้มันดีขึ้นมาได้

*จงตอบคำถามเหล่านี้อย่างโปรงใสและตอบตามความจริงเท่านั้น (การหลอกตัวเองไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่กำลังดิ่งเหวของคุณมันดีขึ้นมาหรอกนะ)

โทรหาเขาบ่อยเกินไปหรือไม่ คือก็พอเข้าใจเหล่าสาวๆ ทั้งหลายอะนะ ว่าอารมณ์อินเลิฟก็ต้องอยากโทรหาเขาบ่อยๆ เพราะแค่ได้ยินเสียงสักนิดก็พาให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ เติมความกระชุ่มกระชวย เลยโทรหาทั้งวันกันเลยจะได้อบอุ่นมันทั้งวันนั่นแหละ แต่คุณรู้ไหม ว่าการทำแบบนี้นอกจากคุณจะไม่ได้อย่างที่หวังแล้ว การโทรแบบบ้าคลั่งยังทำให้เขาของคุณอาจจะเบื่อหน่าย พยายามหนีหน้าหายไปจากคุณได้เลยนะ เพราะเอาจริงๆ ผู้ชายส่วนใหญ่คิดเป็นอัตราส่วนประมาณร้อยละเก้าสิบนั้น รักพื้นที่ส่วนตัวอันน้อยนิดที่เขาพอจะจัดแบ่งและสรรหาได้นอกเหนือจากเวลาทำงานมากนะ เพราะฉะนั้นการยอมถอยออกมาเพื่อให้เขาได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้รู้สึกเป็นส่วนตัวบ้างก็จะดีทั้งกับตัวคุณเองและตัวเขาอยู่ไม่น้อยเลยเชียวล่ะ คุณอาจจะเริ่มใหม่ด้วยการโทรหาเขาให้น้อยลงเพื่อเขาจะได้มีเวลาไว้ทำอย่างอื่นและเผื่อเวลาให้เขาได้รู้สึกคิดถึงคุณบ้าง

คุณขี้หึงมากเกินไปหรือไม่ อาการหึงหวงนั้นถ้าแสดงออกแต่พองามก็ดูน่ารักดีแต่ถ้ามากเกินไปก็ไม่ต่างจากคนบ้าหรอกนะ

  • ถ้าถึงขนาดว่าคนของเราเดินเฉียดเข้าใกล้ผู้หญิงคนอื่นเมื่อไหร่เป็นต้องถามว่าเจ้าหล่อนคือใคร
  • ผู้หญิงมากดไลค์สเตตัสก็ไม่พอใจจนออกนอกหน้า ซอกแซกถามไปมาว่ารู้จักได้ไง
  • แอบเช็คมือถือทุกครั้งที่เขาเผลอ

ถ้าต้องถึงขนาดนี้ก็ระวังคุณจะบ้าประสาทเสียก่อนวัยอันควรก็แล้วกัน ที่สำคัญเขาจะเบื่ออาการแบบนี้ไปเสียก่อนและอาจจะถึงขั้นหนีหายไปเลยก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณเป็นถึงขนาดนี้เราก็ไม่แปลกใจหรอกนะ ว่าทำไมเขาถึงแปลกไปและเปลี่ยนแปลง

ความน่าค้นหาของคุณน้อยลงไปหรือไม่ ลองวัดง่ายๆ ด้วยการทำเครื่องหมายหน้าข้อที่คุณเป็นอยู่

  • คุณทำตัวว่างสำหรับเขาตลอด 24 ชั่วโมงใน 1 วัน และ 7 วัน ใน 1 สัปดาห์หรือไม่
  • คุณอยากรู้เรื่องส่วนตัวเขาไปซะหมดทุกอย่างแบบไม่ปิดบังเลย อย่างเช่น วันนี้คุณตื่นนอนกี่โมง อาบน้ำกี่โมง ใส่กางเกงสีอะไร เสื้อตัวไหน ใช้ไหมขัดฟันรึเปล่า ถึงที่ทำงานทันเวลารึเปล่า แบบนี้เป็นต้น คุณทำหรือไม่
  • คุณยกเลิกกิจกรรมส่วนตัวที่ตัวคุณเองชอบทำ เพียงเพื่อจะได้ทำตัวว่างเมื่อเขาว่างหรือไม่
  • คุณละเลยเพื่อนๆ ของคุณ เพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่กับเขาคนนั้นของคุณหรือไม่

ถ้าคุณตอบตัวเองว่า “ใช่ ฉันทำ” ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป ก็ไม่ต้องแปลกใจไปนะว่าทำไมความสัมพันธ์ของคุณกับเขาเริ่มจะแผ่วลงไปเรื่อยๆ เพราะคุณไม่หลงเหลือความน่าค้นหาอีกต่อไปนั่นเอง การที่ผู้หญิงลดความเป็นตัวเองลงอย่างสุดกู่เพื่อจะได้อยู่กับผู้ชายที่ตัวเองสนใจ มันคือจุดกำเนิดของ “ผู้หญิงน่าเบื่อ” จำไว้นะ

ความสวย ความเซ็กซี่ ของคุณน้อยลงหรือไม่ หลังจากที่ตกลงคบกันนั้น คุณได้ปล่อยตัวให้อ้วนคล้ำดำหมองเหมือนโดนของขลังเข้ารึเปล่า มัวแต่เอาเวลาไปสนใจว่าเขาจะทำอะไร ตอนไหน กับใคร ที่ไหน อะไร ยังไง ฯลฯ จนไม่มีเวลาดูแลตัวเองปล่อยให้โทรม สกปรก ไม่ออกกำลังกาย อย่าได้คิดว่ามีแฟนแล้วไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อดึงดูดเขาหรือใครอีก เพราะถ้าคุณเป็นแบบนั้น @หมาบ้า ขอบอกเลยว่า “คุณผิดพลาดอย่างมหันต์” จำเอาไว้นะ เราสามารถให้เขาเห็นเราไม่สวยบ้างเป็นบางครั้งได้อยู่ มันดูน่าดึงดูดดี แต่ไม่ใช่การปล่อยปละละเลยตัวเองจนโทรม แบบนี้มันน่ารังเกียจ ส่วนความเซ็กซี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คุณจะต้องพยายามเก็บรักษาให้ติดตัวไว้ให้ตลอด ไม่ใช่คิดแค่ว่าก็เรามีอะไรกันแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องปิดอะไรให้มากมาย จากที่เคยใส่ชุดชั้นในสุดแสนจะเซ็กซี่กลายเป็นใส่อะไรก็ได้จะย้วยจะป้าก็ช่างมัน หรือแย่กว่านั้นก็เดินแก้ผ้าโทงเทงไปทั่วห้องก็ไม่เห็นเป็นไร ถ้าคุณทำทุกอย่างที่กล่าวมานั้น @หมาบ้าต้องขอบอกว่าคุณเข้าข่าย SOS ซะแล้วล่ะ

เป็นตัวของตัวเองมากเกินไปหรือไม่ @หมาบ้าไม่ได้สนับสนุนให้คุณต้องเสแสร้งนะ แต่การแสดงออกถึงลักษณะนิสัยแบบว่าผู้หญิ๊งผู้หญิงมากจนเกินไปต่อหน้าผู้ชายนั้น บางทีพวกเขาก็ไม่ค่อยถูกโฉลกนักหรอกนะ ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยนะ การพูดคุยเม้าท์มอยกับเพื่อนๆ ของคุณเองนี่แหละสำคัญเลย เพราะบางครั้งเวลาที่เราเม้าท์เพลินจนลืมตัว เราแค่เมาท์เอามันส์แต่มันกลายเป็นการแสดงออกให้เขาเห็นถึงนิสัยขี้เมาท์ ขี้นินทา อาการอิจฉาริษยาคนอื่น หรืออาการไม่อยากเห็นใครดีกว่า ต่อหน้าคุณและเพื่อนๆ ของคุณเขาอาจจะดูสนุกสนานกับเรื่องที่คุณกำลังเล่าและแสดงออกดีอยู่หรอก แต่ในใจเขาอาจจะนึกเข็ดขยาดจนอาจถึงขั้นทำให้เขาไม่อยากเข้าใกล้คุณและไม่ไว้ใจคุณอีกเลยก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามแต่ เบื้องต้นของความสัมพันธ์นั่นก็คือการเข้าใจซึ่งกันและกัน หันหน้าเข้าหากันแล้วพูดคุยกันให้เข้าใจ หากเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มรู้สึกว่า “เขาเปลี่ยนไป” แทนที่จะรีบหาความผิดของเขา ให้คุณลองย้อนกลับมาใคร่ครวญและสำรวจตัวคุณเองดูก่อนว่า “เราเปลี่ยนไป” จนเข้าข่ายผู้หญิงน่ารำคาญหรือไม่ อย่าคิดว่าเราไม่เคยทำอะไรผิด และทุกสิ่งที่ทำนั้นก็เพราะหวังดีกับเขาทั้งนั้น จำเอาไว้ว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการความหวังดีเต็ม 100% แต่พวกเขาต้องการ “ความเข้าใจ รวมถึง รูป รส สัมผัสแห่งความเป็นผู้หญิงของคุณ” เพื่อมาเติมเต็มให้กับชีวิตของกันและกันนั่นเอง

adsbygoogle